มือถือ

มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อาจทำให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่บางครั้งก็อาจส่งผลเสียต่อความสวยความงามของคุณได้นะ

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้เอง เราไม่เคยฝันว่า จะสามารถถ่ายรูปที่ได้คุณภาพไม่แพ้มืออาชีพได้ด้วยโทรศัพท์ของเรา หรือสามารถดูเมคอัพแบบสามมิติเสมือนจริงได้ทางคอมพิวเตอร์ แต่นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้!

ในทางหนึ่ง เทคโนโลยีจึงเป็นเพื่อนที่แสนดีของความงาม แต่เวลาที่เราใช้ไปกับการสื่อสารอันฉับไวเหล่านี้ มันก็อาจส่งผลเสียต่อความงามของเราได้เช่นกัน ลองมาดูกันว่า ยุคดิจิตอลทำร้ายผิวเราได้ยังไงกันบ้าง

ตัวปัญหา 1 : การจ้องมองจอมือถือ

มือถือ

การเช็คข้อความในโทรศัพท์บ่อยๆ (อย่ามาปฏิเสธซะให้ยากเลยเธอ!) ทำให้เกิดอาการที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า Tech Neck นั่นก็คือ การก้มหัวและยื่นคอเพื่อดูจอโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ท่านี้ส่งผลให้กรามหย่อนลง ดึงผิวให้หย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยที่มากขึ้นบริเวณลำคอ ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งปกติ ที่เกิดขึ้นในคนวัยผู้ใหญ่ซึ่งเริ่มมีอายุ แต่เดี๋ยวนี้เรากลับเริ่มพบเห็นสิ่งนี้ในคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ นั่นเพราะการจ้องมองจอโทรศัพท์และแท็บเล็ตกันเป็นประจำนี่เอง

จำไว้เลยว่า ทุกครั้งที่คุณก้มหน้าลงดูอินสตาแกรม หรือเล่นเฟสบุ๊คบนโทรศัพท์ คุณกำลังเร่งให้เกดผลกระทบของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อผิวพรรณที่ช่วงล่างของใบหน้าและลำคอ

นอกจากนี้การหยีตาเพื่อจ้องมองจอเล็กๆ ของโทรศัพท์ ก็ส่งผลต่อการเกิดตีนกาและริ้วรอยรอบดวงตาอีกด้วย เพราะฉะนั้นคุณควรเพิ่มขนาดตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มความสว่างหน้าจอเพื่อให้ดูได้ชัดเจนไม่ต้องหยีตาจนริ้วรอยถามหา

ลองเปลี่ยนมาเช็คเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรมทางคอมพิวเตอร์ดูบ้าง และเวลาเช็คข้อความทางโทรศัพท์ ก็พยายามอยาก้มหน้าหรือยื่นคอมากจนเกินไป ส่วนในเรื่องของริ้วรอยที่เริ่มเกิดขึ้น แพทย์ผิวหนังแนะนให้ใช้เรตินอล ที่ได้ชื่อว่าได้ผลดีที่สุดในการต่อสู้กับริ้วรอย

ตัวปัญหา 2 : แสงสว่างจากหน้าจอ

มือถือ

คุณเคยได้ยินกันแล้ว เรื่องแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่สามารถทำให้คุณนอนไม่หลับได้ในตอนกลางคืน แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว มันยังทำให้ผิวแก่เร็วอีกด้วยนะ เนื่องจากมันเป็นแสงที่สามารถแทรกซึมลงไปในผิว ได้ลึกเสียยิ่งกว่ารังสียูวี และส่งผลตอดีเอ็นเอในผิวของเราได้ ถึงแม้จะยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ แต่ก็มีงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้หลายชิ้น ที่ชี้ถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากแสงสีฟ้าพวกนี้ ที่ร้ายกาจเท่ากับรังสียูวีเอและยูวีบีรวมกันเลย

ต่อไปถ้ามีงานวิจัยที่ฟันธงในเรื่องนี้ได้ ก็เชื่อแน่ว่าจะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพื่อปกป้องผิวเราจากแสงสีฟ้าพวกนี้ ตอนนี้ก็เพลาๆ การใช้คอมพิวเตอร์ไว้บ้างแล้วกันจ้ะ

ตัวปัญหา 3 : คลื่นสนามแม่เหล็กจากอุปกรณ์

มือถือ

มันไม่ใช่แค่แสงด้วยนะ อุปกรณ์ดิจิตอลของคุณยังปล่อยคลื่นสนามแม่เหล็ก (electronic magnetic field-EMF) ที่ทำร้ายเซลล์ผิวอีกด้วย คลื่นสนามแม่เหล็กที่เล็ดรอดออกมาจากอุปกรณ์อิเลคโทรนิคของเราในแต่ละวัน อาจไม่ใชในระดับที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ก็จริง แต่ผิวของเราจะดูดซับคลื่นความถี่พวกนี้เข้าไป และเมื่อสะสมนานๆ เข้า ก็เป็นเสมือนสารพิษที่ทำร้ายเซลล์ผิวของเราได้

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองทำทรีทเมนท์ ที่ช่วยในการขับสารพิษออกจากต่อมน้ำเหลือง หรือลองนวดหน้าด้วยตัวเองที่บ้านแบบง่ายๆ ก็ช่วยได้นะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *