วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ
0 0
0 0
Read Time:7 Minute, 6 Second

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ ไม่ส่งผลเพียงแค่ทำให้ร่างกายได้ผลดีไม่เต็มที่ แต่ยังอาจบ่อนทำลายร่างกาย และทำให้แก่เร็วด้วยนะ!

การออกกำลังกายจะได้ผลดีได้อย่างเต็มที่ ก็ต่อเมื่อทำอย่างถูกต้อง ทำอะไรมากเกินไป หรือทำอะไรไม่เพียงพอ ก็กลับส่งผลให้ร่างกายแก่ชราได้เร็วกว่า เรามาดูกันถึงวิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ ที่ทำให้คุณแก่เร็ว และสิ่งที่ควรทำแทน

คุณกำลังใช้วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ พวกนี้อยู่หรือเปล่า?

1 คุณเน้นแค่ความหนักหน่วง

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

มันง่ายมากที่จะเข้าใจว่า ทำไมคุณถึงถูกดึงดูดเข้าหาการออกกำลังหนักๆ อย่าง HIIT (High Intensity Interval Training หรือ การออกกำลังแบบอินเทอร์วัล) ก็มันเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นตันในเวลาที่น้อยกว่าไงล่ะ และยังเผาผลาญต่อเนื่องหลังจากออกกำลังจบแล้วด้วย แต่ถ้าคุณออกกำลังเพียงแค่นั้น คุณก็กำลังทำให้ตัวเองเสี่ยงที่จะบาดเจ็บ และทำให้ร่างกายอ่อนล้า การ ออกกำลังกายแบบผิดๆ เช่นนี้ยังทำให้มีโอกาสที่จะเกิดอาการ rhabdomyolysis (หรืออาการกล้ามเนื้อสลายตัวอย่างรุนแรง) เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อไต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าคุณปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

วิธีแก้ : ให้ร่างกายคุณได้มีเวลาพักฟื้นอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังการออกกำลังแบบหนักๆ ทั้งหลาย

2 คุณเล่นแต่คาร์ดิโอเท่านั้น

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

ถ้าการออกกำลังของคุณมีแค่คาร์ดิโอนานนับชั่วโมง แต่ไม่มีการยกน้ำหนักด้วยเลย คุณก็กำลังทำให้ร่างกายกายตัวเองไม่เฟิร์มเท่าที่ควร กล้ามเนื้อเผาผลาญไขมัน แม้กระทั่งเวลาพัก ฉะนั้น กล้ามเนื้อน้อยกว่าก็หมายถึงการเผาผลาญแคลอรี่น้อยกว่าตลอดทั้งวัน ยังไม่ต้องพูดถึงว่าการมีกล้ามเนื้อทำให้ดูเพรียวกว่าด้วย และเมื่อคุณอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะเริ่มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ โดยเริ่มจากอัตราประมาณครึ่งปอนด์ต่อปี หลังจากอายุ 25 หรือประมาณ 5 ปอนด์ต่อ 10 ปี ถ้าไม่มีการยกน้ำหนักเป็นประจำ

วิธีแก้ : เพิ่มการยกน้ำหนักเข้าไปในตารางการออกกำลังของคุณ อย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ และลดสัดส่วนของไขมันในร่างกาย

3 คุณละเลยเรื่องท่าทาง

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

มีอยู่ไม่กี่เรื่องนะที่ทำห้คุณดูแก่ได้มากกว่าการทำหลังค่อม ที่แย่กว่านั้นก็คือ ผลจากการศึกษาชิ้นหนึ่งในญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์ใน Journals of Gerontology ชี้ว่า รูปร่างของกระดูกสันหลังของคนเราอาจทำนายได้ถึงความเสี่ยงของคนนั้น ในการต้องการความช่วยเหลือเมื่ออายุมากขึ้น และทอม ฮอลแลนด์ นักจิตวิทยาการการออกกำลังผู้เขียนเรื่อง Beat the Gym ก็ชี้ว่า ตอนนี้เทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ทำให้เราก้มไปข้างหน้ามากขึ้นเพื่อที่จะพิมพ์ข้อความ แทนที่จะนั่งตัวตรงหรือเอนมาข้างหลังอย่างที่ควรจะเป็น

วิธีแก้ : ปรับเปลี่ยนเทรนด์นี้ด้วยการเพิ่มท่าบริหารที่ช่วยยืดร่างกาย อย่างเช่นการทำท่าโยคะอย่าท่างูเห่า ท่าภูเขา และท่าต้นไม้ ที่ช่วยทำให้การวางท่าทางของเราดีขึ้น ลองเพิ่มมันเข้าไปในการออกกำลังของเราสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง

4 คุณไม่รู้ว่ากระดูกเชิงกรานคือส่วนหนึ่งของแกนกลางลำตัว

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

ในตามล่าหาหน้าท้องแบนราบ คุณอาจเน้นไปที่กล้ามเนื้อช่วงเอว (obliques) ที่รับผิดชอบในการหมุนของร่างกาย และกล้ามเนื้อหน้าท้อง แต่ กาย แอนดรูวส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย และผู้สอนโปรแกรมการศึกษาเรื่องฟิตเนสในฟลอริดา สหรัฐฯ ชี้ว่า คุณควรเน้นกล้ามเนื้อช่วงเชิงกรานด้วย การละเลยกล้ามเนื้อเชิงกรานเป็นการ ออกกำลังกายแบบผิดๆ ทำให้คุณอาจลงเอยด้วยการมีหน้าท้องกลมๆ นิ่มๆ แบบที่ผู้หญิงมักเป็นในช่วงหลังวัยกลางคน เช่นเดียวกับการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

วิธีแก้ : การทำท่าบริหารเคเกลเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อเชิงกราน เป็นส่วนสำคัญของการทำความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อช่วงลำตัวทั้งหมด โดยควรทำเซ็ทละ 10 ครั้ง 3 เซ็ท วันละสามครั้ง

5 คุณเริ่มจาก 0 ไปสู่ 60 ในทันที

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

ถ้าคุณไปเข้าคลาสออกกำลังสาย และเริ่มต้นออกกำลังหนักๆ อย่างทันที โดยไม่มีการวอร์มร่างกายก่อน คุณก็อาจทำให้ระบบร่างกายพังได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงทั้งทางสรีระและสารเคมีในร่างกาย ที่ปกติเกิดขึ้นจากการออกกำลัง จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อคุณเข้าสู่การออกกำลังแบบหนักๆ แบบปัจจุบันทันด่วน ร่างกายจะหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ และไซโตไคน์ (โปรตีนที่ทำให้เกิดการอักเสบ) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ยากขึ้น

วิธีแก้ : ค่อยๆ เริ่มต้นการออกกำลังช้าๆ ในช่วง 5-10 นาทีแรก ด้วยการยกน้ำหนักเบาๆ หรือคาร์ดิโอแบบปานกลาง ก่อนจะเริ่มต้นความหนักหน่วง

6 คุณใช้แต่เครื่องบริหารกล้ามเนื้อ

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

ในช่วงการออกกำลังแบบมีแรงต้าน ถ้าคุณใช้แต่เครื่องบริหารกล้ามเนื้อ คุณควรเพิ่มท่าบริหารด้วยดัมบ์เบลเข้าไปด้วยสักท่าสองท่า เพราะมันจะช่วยในเรื่องของความแข็งแรง และการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่เครื่องบริหารกล้ามเนื้อ จะล็อกคุณให้อยู่กับที่ และช่วยพยุงร่างกายเอาไว้ ซึ่งอาจเป็นเรื่องดีสำหรับการเริ่มต้น แต่มันมักทำให้ไม่ได้บริหาร หรือใช้กล้ามเนื้อที่ช่วยในเรื่องการทรงตัวมากเท่าที่ควร แต่การบริหารโดยใช้ตุ้มน้ำหนักจะช่วยได้มากกว่า

วิธีแก้ : สลับการออกกำลังโดยใช้ตุ้มน้ำหนัก กับเครื่องบริหารกล้ามเนื้อคนละวัน

7 คุณไม่ใช้ท่าบริหารเพิ่มพละกำลัง

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

นักกีฬาอาชีพไม่ใช่เพียงกลุ่มเดียวที่ต้องการพละกำลัง ในชีวิตประจำวัน คนเราก็ต้องการความสามารถในการใช้พละกำลังหนักๆ ในช่วงเวลาเวลาสั้นๆ เช่น ขณะเปิดประตูหนักๆ กระโดดหลบหลุมบนทางเท้า หรือรีบวิ่งข้ามถนน ปัญหาก็คือเราทำกิจกรรมเหล่านี้น้อยลงเมื่อเราอายุมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการสูญเสียกล้ามเนื้อแบบหดตัวเร็ว (fast-twitch muscle) เมื่อเวลาผ่านไป และเสียความสามารถที่จะทำอะไรก็ตามที่ต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็วไปด้วย

วิธีแก้ : แค่เพิ่มท่าบริหารที่ช่วยเพิ่มพละกำลังเข้าไป เช่น การทำท่าสควอท โดยตอนย่อตัวลงให้ทำช้าๆ ตามปกติ แล้วก็ยืดตัวขึ้นสู่ท่ายืนและท่าเขย่งปลายเท้าอย่างรวดเร็ว หรือก้าวเท้าไปปข้างหน้าและย่อตัวในท่า Lunge ในจังหวะปกติ แล้วก็กลับสู่ท่าเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว

8 คุณออกกำลังแต่แบบไร้แรงกระแทก

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

การขี่จักรยาน ใช้เครื่อง elliptical และคลาสแอโรบิกแบบไร้แรงกระแทก อาจเป็นการออกกำลังคาร์ดิโอที่ดี แต่ก็เป็นหนึ่งในการ ออกกำลังกายแบบผิดๆ เพราะมันไม่ค่อยช่วยในเรื่องความแข็งแรงของกระดูก เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน คุณต้องการแรงกระแทกบ้าง เพราะมันเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการรักษาความแข็งแรงของกระดูก ที่จะเดินทางขึ้นมาตามขาและดูดซับไว้ด้วยสะโพก จึงป้องกันกระดูกสะโพกแตกร้าวได้หลังจากหมดประจำเดือน และการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ในวารสาร Medicine and Science in Sport and Exercise ก็แสดงให้เห็นว่า การวิ่งช่วยลดการเกิดโรคข้อเสื่อมได้อย่างมาก

วิธีแก้ : เพิ่มแรงกระแทกเข้าไปในการกิจวัตรของคุณ เช่น การวิ่งเหยาะๆ การกระโดดเชือก

9 คุณซื้อรองเท้ากีฬาโดยสนใจแต่เรื่องราคา

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

ใครจะไม่ชอบของเซลล่ะเนอะ แต่การซื้อกระเป๋าลดราคากับรองเท้าออกกำลังลดราคาไม่เหมือนกันนะ รองเท้าราคาถูกๆ มักไม่ออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมแต่ละอย่าง และไม่ค่อยถูกตามหลักชีวกลศาสตร์ (biomechanical) ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลในขาส่วนล่าง และนำไปสู่อาการบาดเจ็บที่หลังได้ ตัวอย่างเช่นรองเท้าเทนนิสจะออกแบบให้ซัพพอร์ตเท้าจากการวิ่งไปด้านข้าง และการวิ่งไปข้างหน้าและหลัง ขณะที่รองเท้าวิ่งจะช่วยคุณในการก้าวไปข้างหน้า รองเท้าที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้คุณเจ็บข้อเท้าได้

วิธีแก้ : หารองเท้าที่เหมาะกับการออกกำลังของคุณ

10 คุณไม่เคยหยุดพักเลย

วิธีออกกำลังกายแบบผิดๆ

ถ้าคุณเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา และรู้สึกปวดเนื้อเมื่อยตัว คุณก็อาจไม่ได้ปล่อยให้ร่างกายได้มีเวลาพอที่จะเยียวยา และฟื้นตัวในช่วงระหว่างการออกกำลัง ซึ่งสามารถทำให้ร่างกายแก่เร็วได้ นี่เป็นข้อมูลจาก นพ.จอห์น ฮิกกินส์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านแพทย์ศาสตร์ แห่งศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัยเท็กซัส ในเมืองฮุสตัน โดยในช่วงวัยรุ่นและวัยเลข 2 มันใช้เวลาราว 18 ชั่วโมงเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ถูกกระทบจากการออกกำลัง แต่จะเพิ่มเป็น 36 ชั่วโมงเมื่อคุณอายุเข้าเลข 4 หรือมากกว่านั้น การใช้กล้ามเนื้อเหล่านั้นซ้ำก่อนที่มันจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ อาจทำให้เกิดการอักเสบได้ และการออกกำลังก็จะทำได้ยากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ และคุณก็อาจนอนหลับยากขึ้น

วิธีแก้ : เว้นช่วงเวลาระหว่างการออกกำลังให้พอเพียง และให้มีวันหยุดอย่างน้อยหนึ่งในวันต่อสัปดาห์ ซึ่งคุณไม่ออกกำลังอะไรมากไปกว่าการยืดกล้ามเนื้อหรือทำโยคะแบบเบาๆ

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *