ฉีดไขมัน

ฟังดูเป็นไอเดียที่ดีนะ เอาไขมันส่วนเกินจากหน้าท้อง หรือต้นขา เพื่อมาเติมเต็มผิว และลดริ้วรอย แต่การฉีดไขมันจะดีจริงหรือเปล่า?

สำหรับสาวๆ แล้ว นอกจากการดูแลความงามแล้ว ก็ยังต้องมีการต่อสู้กับปัญหาผิวหลายอย่าง เช่น ริ้วรอย หรือรอยบุ๋มบนผิว เป็นสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขได้ ด้วยการใช้ ครีมบำรุง หรือซีรั่มต่างๆ แต่โชคดี ที่ปัจจุบันนี้ มีเทคโนโลยีความงาม และการศัลยกรรมหลายอย่าง ที่อาจช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้ อย่างเช่น การฉีดไขมัน (Fat Filler) ซึ่งเป็นการศัลยกรรมชนิดหนึ่ง เป็นวิธีการที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาผิว แต่ยังสามารถใช้ เพื่อเสริมความงามในบางส่วนได้ เช่น การฉีดเติมเต็มริมฝีปาก ให้อวบอิ่มขึ้น หรือการเติมผิวส่วนอื่น เพื่อแก้ปัญหา เช่น แผลเป็น ปัญหาจากการผ่าตัด หรืออาจใช้ เพื่อสร้างผลทางความงามที่ต้องการ

โดยทั่วไป วิธีการนี้ เป็นวิธีที่ถือว่า ค่อนข้างปลอดภัย เพราะเป็นการใช้ไขมันจากร่างกายตัวเอง ในการเติมเต็มผิว แต่การใช้เทคโนโลยีความงาม หรือการศัลยกรรมทุกอย่าง ล้วนมีสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อน รวมถึงควรตระหนักให้ดี ถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เราได้รวบรวมสิ่งต่างๆ ที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับขั้นตอนการฉีดไขมัน รวมถึงผลข้างเคียง มาให้แล้ว อ่านให้ดี ก่อนคิดจะใช้วิธีการนี้

ฉีดไขมัน

1 ฉีดไขมันคืออะไร

วิธีการนี้ เป็นการดูดเอาไขมันจากร่างกาย แล้วฉีดกลับเข้าไป เพื่อเติมเต็มผิว ในส่วนที่ต้องการ ซึ่งถือว่า มีความปลอดภัยกว่า การฉีดสารเติมเต็มอื่นๆ เพราะเป็นเซลล์ไขมันของตัวเอง จึงไม่มีอาการแพ้ (แต่ไม่สามารถนำไขมันคนอื่นมาใช้ได้ เนื่องจากจะเกิดการต่อต้าน หรืออาการแพ้ขึ้นได้) นอกจากนี้ เซลล์ไขมัน ยังเป็นเซลล์ที่มีชีวิต จึงมีความเป็นธรรมชาติกว่า โดยนิยมใช้เซลล์ไขมันจากหน้าท้อง หรือเข่า ซึ่งเป็นเซลล์ไขมันที่นุ่ม มีปริมาณเซลล์ไขมันที่แข็งแรง รวมถึงมีความหนาแน่นของเซลล์ไขมัน ตัวอ่อน หรือสเต็มเซลล์ มากกว่าไขมันจากบริเวณเอว หรือหลัง ซึ่งจะมีพังผืดมากกว่า

2 ช่วยอะไรได้บ้าง

การเติมไขมันนี้ สามารถใช้เติมเต็มริ้วรอย ได้ทุกส่วนของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก ขมับ แก้ม เบ้าตา โหนกแก้ม ริมฝีปาก หรือคาง และสามารถแก้ไขความบกพร่อง ที่เกิดจากการผ่าตัด หรือการดูดไขมันได้ และที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ การเสริมหน้าอก แต่ไม่ควรนำมาฉีด เพื่อการเสริมจมูก เพราะไขมันจะกระจายออกไป ให้จมูกดูใหญ่เกินความจริง ซึ่งแก้ไขได้ยาก หรือไขมันอาจหายไป ทำให้จมูกเล็กลง แต่อาจทำได้ ในเฉพาะกรณีที่ต้องการเสริมบางตำแหน่ง โดยใช้ในปริมาณน้อยๆ

3 ขั้นตอนการรักษา

ประกอบด้วย 2 ขั้นตอน (จะมีการฉีดยาชา และดมยาสลบ หรือให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ) ขั้นตอนที่ 1 เป็นการดูดไขมันออกจากร่างกาย โดยแพทย์จะฉีดน้ำเกลือผสมยาชา เพื่อให้ไขมันในตำแหน่งที่จะดูด ละลายเป็นน้ำมากขึ้น ทำให้ดูดได้ง่าย และสะดวกขึ้น ความยาวของแผลที่เจาะ ประมาณ 2 มม. จากนั้น ไขมันจะถูกนำเข้าไปสู่กระบวนการปั่นแยก ก่อนนำมาใช้ ไขมันที่เหลือ สามารถแช่แข็งเก็บไว้ สำหรับการรักษาครั้งต่อไปได้ (ถ้าเก็บอย่างถูกวิธี จะอยู่ได้ 6 – 12 เดือน แต่คุณภาพของเซลล์ไขมันจะลดลง ไม่เหมือนเซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกมาใหม่ๆ) จะมีอาการเขียว ในตำแหน่งที่ดูดไขมัน ประมาณ 7-10 วัน แต่เมื่อหายแล้ว จะไม่เกิดรอยบุ๋ม

ขั้นตอนที่ 2 ก็คือ การฉีดเซลล์ไขมัน โดยในการฉีด ต้องฉีดในปริมาณน้อยๆ และฉีดกระจายไปทั่วๆ ทุกชั้นของเนื้อเยื่อ เพื่อให้เซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไป สัมผัสกับเนื้อเยื่อภายใน ให้มากที่สุด และมีเลือดมาเลี้ยง เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ผลที่ได้รับนั้น จะขึ้นกับจำนวนเซลล์ไขมัน ที่ฉีดเข้าไป แล้วมีเลือดมาเลี้ยงเพียงพอ และมีชีวิตอยู่ได้ ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณไขมันที่ฉีดเข้าไป ถึงแม้จะฉีดไขมันเข้าไปมากๆ แต่หากสัมผัสกับเนื้อเยื่อข้างเคียง ไม่เพียงพอ หรือมีเลือดมาเลี้ยงน้อย ไขมันก็จะหายไปในเวลาต่อมา โดยแต่ละส่วนของร่างกาย จะมีอัตราการสลายตัวไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ไขมันจะหดตัวลง ประมาณ 30 – 50 % ดังนั้น นอกจากแพทย์จะเติมไขมันตามที่ต้องการแล้ว ยังต้องเพิ่มเติมส่วนที่จะลดลง เผื่อเอาไว้ด้วย ทำให้ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก บริเวณที่ฉีด จะดูใหญ่กว่าที่ต้องการได้ แต่หลังจากนั้น จะค่อยๆ ยุบตัวลง จนกระทั่งได้ความสวยงาม ตามที่ต้องการ

4 ผลหลังการฉีด

วิธีการนี้ ต้องมีเวลาพักฟื้น โดยเฉพาะถ้าฉีดที่ใบหน้า บริเวณใบหน้าจะมีอาการบวม ประมาณ 3-5 วัน ในวันแรก ควรนอนพักมากๆ ทานยาลดบวม และยาแก้อักเสบ ตามแพทย์สั่ง ประคบเย็นที่ใบหน้า วันละ 4 ครั้ง เพื่อลดอาการบวมประมาณ 7 – 10 วัน ต้องงดการนวดหน้า ทาครีม โลชั่น 24 ช.ม. ถ้าฉีดไขมันมากๆ ต้องใช้ผ้ายืดพันรอบใบหน้า ประมาณ 24 ช.ม. ไขมันที่ฉีดเข้าไป จะเข้าที่ในเวลาประมาณ 3 – 5 อาทิตย์ โดยจะมีเซลล์ไขมันบางส่วน ที่สลายไป ถ้าต้องการฉีดเพิ่ม ควรรอ 4 – 6 เดือน ไม่สามารถทำได้ทันที

ฉีดไขมัน

สิ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจ

การเติมเต็มไขมัน เป็นการศัลยกรรมชนิดหนึ่ง ไม่เหมือนกับการฉีดสารเติมเต็มผิวอื่นๆ (Filler) ถ้ารักษาไม่ถูกวิธี อาจเกิดปัญหาตามมาได้ เช่น ไขมันหายไปหมด ไขมันอยู่มากเกินไป ไขมันไม่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ไขมันที่เติมเข้าไปไม่เรียบเนียน เป็นก้อนๆ มองเห็นได้ชัดเป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหา ก็จะทำได้ไม่ง่ายนัก ดังนั้น การเติมเต็มเซลล์ไขมันที่ถูกต้องจึงสำคัญมากที่สุด ควรรับการรักษา จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *